หลักการเริ่มต้นทำธุรกิจ ที่จะต้องมีการตลาดเข้ามาเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจนั้นมีแนวทางมากกว่าเดิม !!

ในเรื่องของการทำธุรกิจที่กำลังมีอยู่เป็นจำนวนมากในปัจจุบันนี้นั้นเกิดขึ้นจากการที่โลกเราในเวลานี้กำลังมีเรื่องของการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป็นอย่างมากที่มีผลต่อการดำรงชีวิตและการดำเนินการทำธุรกิจที่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ได้มีการเปิดบริการมาเป็นเวลานานแล้วหรือธุรกิจรูปแบบใหม่ ๆ ที่พึ่งเกิดขึ้นมานั้นต่างก็ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเหล่านี้

การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมนั้นเกิดขึ้นมาได้จากการที่ความต้องการของผู้คนไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือต่างประเทศก็ตามทีต่างก็มีความต้องการที่จะมองหาสิ่งที่จะมาช่วยในการอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตหรือการทำกิจรรมทั่วไปอย่างการกิน พักผ่อนเหล่านี้ ก็จะมีรูปแบบที่พัฒนาเข้ามาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น และในเรื่องของการทำธุรกิจนั้นก็จำเป็นที่จะต้องมี หลักการเริ่มต้นทำธุรกิจ เข้ามาช่วยในเรื่องของการเป็นแนวทางเริ่มต้นให้กับธุรกิจที่กำลังจะเริ่มต้นดำเนินการให้มีรูปแบบที่ถูกต้องและเป็นรูปแบบมากที่สุด

ในเรื่องของ หลักการเริ่มต้นทำธุรกิจ นั้นจะมีแนวทางความคิดได้ง่าย ๆ โดยจะใช้วิธีการเหล่านี้

  • การเตรียมเงินลงทุนให้ดีก่อน
    การเริ่มต้นทำธุรกิจเองก็จำเป็นที่จะต้องมีเงินทุนเอาไว้สำหรับการเริ่มธุรกิจที่อาจจะมีเรื่องที่จำเป็นจะต้องใช้เงินทุนในการแก้ปัญหาเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมหรือการซื้อของวัตถุดิบสำหรับประกอบกับผลิตภัณฑ์ของธุรกิจตัวเอง จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเช็คและตรวจสอบเงินทุนเอาไว้เสมอ
  • คอยติดตามข่าวสารทางการตลาด
    การติดตามข่าวสารทางการตลาดเองก็เป็นตัวช่วยให้การเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นเห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้นโดยจะใช้วิธีการติดตามความเคลื่อนไหวของระบบเศรษฐกิจหรือการติดตามความต้องการของผู้บริโภคเพื่อที่จะนำมาเป็นแนวทางและหนทางสำหรับการทำธุรกิจที่จะสามารถเริ่มต้นได้
  • ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตลาดที่เกิดขึ้น
    การหาความรู้และศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องของการตลาดก็จะเป็นตัวช่วยให้การทำธุรกิจนั้นทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพื่อที่จะทำให้ธุรกิจนั้นมีรูปแบบที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ได้มีการเข้ามาใช้บริการกันให้ได้ความสะดวกมากกว่าเดิม

จากขั้นตอนเบื้องต้นนี้ก็เป็น หลักการเริ่มต้นทำธุรกิจ ที่จะเข้ามาช่วยให้การทำธุรกิจนั้นมีรูปแบบที่เข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะการเริ่มต้นทำธุรกิจในแต่ละอย่างเองนั้นก็อาจจะเกิดความสับสนขึ้นมาจากการที่ยังไม่ได้มีรูปแบบการทำธุรกิจที่ยังไม่รู้แนวทางการทำธุรกิจที่ชัดเจน จึงจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาหรือหา หลักการเริ่มต้นทำธุรกิจ แบบอื่น ๆเอาไว้ศึกษาเพิ่มเติมและประยุกต์ให้เข้ากับการทำธุรกิจของตัวเอง

Pneumatic conveying เป็นการขนถ่ายวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ

Pneumatic conveying เป็นการขนถ่ายวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติPneumatic conveying มีหลักการทำงานที่ง่าย และ เหมาะสมกับการขนถ่ายวัสดุปริมาณมวล (Bulk Material) ซึ่งวัสดุ จะอยู่ในรูปของเม็ด และผง ไป ตามท่อโดยลมที่มีความดันบวก หรือความดนัลบ (สูญญากาศ) มีใช้งานทั้งในอุตสาหกรรม การผลิต ทาง การเกษตร เคมีภณัฑ์ Pneumatic conveying นั้นเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในระบบ ซึ่งปรกติวัสดุจะอยู่ใน สภาพที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ในถังเก็บวัสดุจากนั้นจะถูกตัวจ่ายวัสดุ พาวัสดุเข้า ไปสู่กระแสการไหลของลมในท่อขนถ่ายวัสดุทำให้วัสดุมีการเปลี่ยนแปลง โมเมนตัม และวัสดุจะผสมกับลมและมีความเร็วเพิ่มขึ้นจนถึงความเร็วคงที่ ค่าหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมของวัสดุนี้จะทำให้เกิดความดันสูญเสีย ของลมในระบบขึ้น ในช่วงที่วัสดุมีการเปลี่ยนแปลงความเร็วนี้ควรให้ท่อ ขนถ่ายวัสดุเป็นท่อตรงในแนวระดับเนื่องจากจะทำให้เกิดความดันสูญเสีย เพิ่มขึ้น

ชนิดของวัสดุที่สามารถขนถ่ายได้

– โดยทั่วๆไปวัสดุที่มีลักษณะเป็น เม็ด ผงที่แห้ง ไหลได้ดี และไม่เป็นเส้นใย สามารถขนถ่ายด้วยระบบขนถ่ายวัสดุด้วยลมได้
– ขนาดท่อขนถ่ายวัสดุโดยทั่วไปขนาดท่อขนถ่ายวัสดุ จะต้องมีขนาดอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 3 เท่าของขนาดวัสดุ ที่โตที่สุดที่จะขน
– คุณสมบัติของวัสดุสามารถดูได้จากมาตรฐานต่างๆเช่น CEMA , Link Belt , MHEA

ข้อดี ข้อเสีย ของระบบ Pneumatic conveying

ข้อดี
1. ให้ความปลอดภัยกับผู้ปฏิบัติงานสูง
2. ช่วยทำให้สภาพที่ทำงานปลอดภัยยิ่งขึ้น
3. ประหยัดราคาในการสั่งซื้อ เนื่องจากไม่ต้องใช้ภาชนะบรรจุ เช่น ถุง กระสอบ ฯลฯ
4. ประหยัดค่าแรงงาน ในการขนวัสดุ
5. ลดการสูญเสียวัสดุ จากการรั่ว หรือตกค้างในภาชนะบรรจุ
6. บำรุงรักษา และควบคุมได้ง่าย
7. ปรับเปลี่ยนทิศทางการขนถ่ายได้ง่าย
8. ใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย

ข้อเสีย
1. ใช้กำลังงานในการขนถ่ายสูง
2. อาจเกิดการสึกหรอของอุปกรณ์ได้ง่ายเมื่อใช้กับวัสดุที่มีความคม
3. การออกแบบที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้วัสดุเกิดการแตกหักได้
4. ระยะทางในการขนถ่ายจำกัด
5. ตามธรรมชาติของการขนถ่ายวัสดุด้วยลมเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก ทำใหต้อ้งใชผ้ทู้ี่มีความชำนาญสูงเพื่อออกแบบ ใชง้านและบำรุงรักษาระบบ

เนื่องจากใช้พลังงานในการขนวัสดุมากกว่า อุปกรณ์ ลำเลียงอื่นๆ ระบบ Pneumatic conveying จึงใช้สำหรับ การขนระยะทางไม่ไกลมากนัก และข้อจำกัดสำหรับ ระบบ Pneumatic conveying นี้เป็น ข้อจำกัดทางด้าน เศรษฐศาสตร์มากกว่าทางเทคนิค